รายละเอียดประวัติพระดัง พระเกจิ - หลวงปู่มา ญาณวโร

หลวงปู่มา ญาณวโร

ประวัติ หลวงปู่มา ญาณวโร วัดสันติวิเวก ร้อยเอ็ด

 พระมงคลญาณเถร หรือ หลวงปู่มา ญาณวโร วัดสันติวิเวก จ.ร้อยเอ็ด เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำชี


พระมงคลญาณเถร หรือ หลวงปู่มา ญาณวโร ประธานสงฆ์แห่ง วัดสันติวิเวก บ้านโนนคำ ต.เมืองไพร อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ชื่อนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักของคนภาคกลางเท่าใดนัก แต่ถ้าเป็นคนในภาคอีสาน โดยเฉพาะใน จ.ร้อยเอ็ด ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม ต่างรู้จักกันดีว่า ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนากัมมัฏฐานชื่อดังแห่งภาคอีสาน  มักจะได้รับนิมนต์ให้ไปนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลบ่อยครั้ง  ส่วนกรุงเทพฯ และจังหวัดในภาคกลางนั้น ท่านจะได้รับนิมนต์ให้มานั่งปรกเฉพาะพิธีมหาพุทธาภิเษกใหญ่ๆ  ผู้คนต่างรู้จักดี ถึงกับมีการขนานนามท่านว่า “เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำชี” อย่างไรก็ตาม เมื่อครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ต้องคดีซุกหุ้น เมื่อปี ๒๕๔๐ นั้น นอกจากใช้การต่อสู้ด้านกฎหมาย เพื่อให้หลุดพ้นข้อกล่าวหาแล้ว การทำบุญสะเดาะเคราะห์ ก็ยังเป็นอีกทางหนึ่ง โดยในครั้งนั้น นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ทั่วภาคอีสาน มาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ในครั้งนั้นหลวงปู่มาเป็นตัวแทนพระเกจิอาจารย์ทั้งหมด ในการผูกข้อมือนายกฯ ทักษิณด้วยด้ายสายสิญจน์ 

สำหรับที่มาของฉายา "เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำชี" นั้น พระครูอุดมธรรมานุกูล เจ้าอาวาสวัดภูพานอุดมธรรม หนึ่งในพระลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด บอกว่า หลวงปู่มา เป็นพระเถระผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม เป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนทั่วไป และทั่วทั้งภาคอีสาน เกียรติคุณของท่านเป็นที่ทราบโดยทั่วไป หน่วยงานราชการและประชาชนต่างหลั่งไหลเข้ามาขอให้ท่านช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ซึ่งท่านก็ได้บริจาคและให้ความช่วยเหลือด้วยดีมาโดยตลอด ชื่อของหลวงปู่จึงปรากฏอยู่ตามสถานที่ราชการ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และหน่วยงานต่างๆ มากมาย ทั้งนี้ โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม ได้รับความเมตตาจากท่าน ในการสร้าง “หอสมุดเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก” เป็นจำนวนเงิน ๗.๕ ล้านบาท เพื่อให้ลูกหลานชาวเสลภูมิ ได้ศึกษาหาความรู้ ซึ่งชาวเสลภูมิพิทยาคมสำนึกในพระคุณของหลวงปู่อย่างที่สุด

นอกจากนี้แล้ว ชีวิตที่เต็มไปด้วยการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุข ยังนำความเจริญที่กลมกลืนกับหลักพุทธธรรมหยิบยื่นให้ชาวอีสาน จนทำให้ประชาชนดำรงชีพ ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยลำแข้ง ประกอบสัมมาอาชีพบนความถูกต้องและชอบธรรม ตลอดจนท่านยังเป็นพระนักทำงาน และทำจริง อะไรที่จะเป็นประโยชน์ก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้า ทั้งต่อมวลประชา และฝ่ายคณะสงฆ์ ท่านจะรีบเร่งทำอย่างรวดเร็ว โดยมิรั้งรอ ทุกขณะทุกลมหายใจของท่านเปี่ยมล้นไปด้วยความดีที่จีรัง และไม่มีอะไรมาจำกัดขอบเขตคุณความดีที่แผ่กระจายออกไป ประจักษ์แจ้งในหมู่คณะสงฆ์ คงอยู่ในใจชาวลุ่มน้ำชีมาเกือบศตวรรษ 

ประวัติหลวงปู่มา ญาณวโร วัดสันติวิเวก สาเหตุที่ทำให้ต้องบวช หลวงปู่มา เล่าให้ฟังว่า เมื่อวัยเยาว์ อายุย่างเข้า ๘ ขวบ โยมมารดาเสียชีวิต ตามประเพณีแล้ว เมื่อบิดามารดา ญาติพี่น้อง หรือผู้มีพระคุณเสียชีวิต จะต้องมีการบวชหน้าศพ โดยลูกหรือหลานๆ ของผู้ที่เสียชีวิต แล้วนำศพไปเผา ในงานศพของโยมมารดาของท่าน พวกญาติๆ จึงเลือกให้หลวงปู่บวชหน้าศพ เป็นสามเณร ณ วัดดอนประดิษฐาราม บ้านดอนน้อย ต.เมืองไพร อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๔๖๔ โดยมี พระอธิการสอน อุตฺตโม เป็นพระอุปัชฌาย์ พอตอนบ่าย พวกญาติๆ และชาวบ้าน ได้นำศพโยมมารดาไปสู่ป่าช้าดอนหมากเหลื่อม ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ห่างประมาณกิโลเมตรเศษ หลวงปู่ได้เดินนำหน้าศพโยมมารดา ตั้งแต่บ้านถึงป่าช้า เมื่อทำพิธีเผาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กลับบ้าน ตอนเย็นโยมบิดา พี่ชาย และพี่สาว มาหาที่วัด ถามว่า “จะสึกไหม”  ท่านบอกว่า “ยังไม่สึก เพราะก่อนตายแม่สั่งไว้ว่า ให้น้อยบวชให้แม่ น้อยจะอยู่ไปก่อน” ท่านบอกว่า พอคิดจะสึก ก็ให้นึกถึงคำพูดของโยมมารดา เลยไม่สึกและอยู่มาจนทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ พฤษภาคม นี้ คณะสงฆ์ จ.ร้อยเอ็ด คณะสงฆ์ จ.นครพนม ร่วมกับพุทธศาสนิกชนศิษยานุศิษย์ ทั้ง ๒ จังหวัด ได้กำหนดจัดงาน พิธีแสดงมุทิตาสักการะหลวงปู่มา เนื่องในวาระเจริญอายุวัฒนมงคล ๙๖ ปี ณ วัดภูพานอุดมธรรม อ.นาแก จ.นครพนม  

เกจิ...เทพเจ้า "คม ชัด ลึก" ได้รวบรวมข้อมูลพระเกจิอาจารย์ ทั้งที่มีชีวิตอยู่ และมรณภาพไปแล้ว ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "เทพเจ้า" ซึ่งมีอยู่หลายรูป เช่น เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด คือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พระสงฆ์ผู้มีแต่ให้ กิตติคุณแห่งอำนาจ บารมีของหลวงพ่อคูณที่ร่ำลือระบือไกลแทบจะทั่วโลกก็ยังรู้จัก 

เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง คือ พระสุนทรธรรมากร หรือ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอปลาปาก อดีตเจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม เป็นพระเถระวิปัสสนากรรมฐานของภาคอีสาน มีความสามารถทั้งทางด้านวิปัสสนาธุระ และคันธะธุระ และเป็นที่เคารพรักของลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ 

เทพเจ้าแห่งดอน (โคก) ยายหอม คือ  พระราชธรรมาภรณ์ หรือ หลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ วัดดอนยายหอม ต.ดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม ในอดีตที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้น หลวงพ่อเป็นผู้นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ดอนยายหอม  เป็นที่รักเคารพอย่างสูงส่ง ของชาวดอนยายหอม ท่านได้ช่วยปกป้องคุ้มครองภัย และช่วยให้ชาวดอนยายหอมพ้นจากความหายนะ หรือภัยร้ายจากโจร ที่เข้ามาทำลายทรัพย์สิน 

 เทพเจ้าของชาวชุมพร คือ หลวงปู่สงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร บรรดาลูกศิษย์ลูกหาญาติโยมทั้งหลายมักจะมาชุมนุมกันที่ศาลา ในช่วงเวลาเช้าก่อนไปทำงานเป็นประจำ เพื่อขอวาจาสิทธิ์ของท่าน ถ้าท่านกล่าวคำใดกับใคร จะเป็นความจริงตามนั้นเสมอ 

 เทพเจ้าแห่งเมืองพิจิตร หรือ เทพเจ้าแห่งโพทะเล คือ หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปเกือบ ๑๐๐ ปีแต่บารมีของท่านยังแผ่ไพศาลยิ่งกว่าช่วงท่านยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีวัดใดในพิจิตร ที่ไม่สร้างพระหลวงพ่อเงิน 

 เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี  คือ พระอุดมประชานาถ หรือที่รู้จักกันดีในนาม หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ท่านได้ศึกษาวิชาไสยศาสตร์มาตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็ก ท่านมีโอกาสร่ำเรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก สุพรรณบุรี ซึ่งหลวงพ่อแดง ก็เป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน 

 เทพเจ้าแห่งความเมตตา คือ หลวงพ่อจง พุทธัสสโร วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเถราจารย์ที่มีวิทยาคมแก่กล้า ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมจากหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ อ.บางบาล และหลวงพ่อปั้น วัดพิกุล จ.พระนครศรีอยุธยา พระอาจารย์ทั้งสองท่านนี้ ก็เป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เช่นกัน 

 เทพเจ้าแห่งความเมตตาแห่งอีสานใต้ คือ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ หรือ พระครูปราสาทพรหมคุณ สุสานทุ่งมน (วัดเพชรบุรี) อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ชาวบ้านทุกคนเคารพรักหลวงปู่เสมือนเป็นเทพของพวกเขาทีเดียว เพราะมิใช่ว่าหลวงปู่จะป้องกันภัยให้พวกเขาได้อย่างเดียว แต่หลวงปู่ได้แผ่เมตตาปล่อยสัตว์ ขุดบ่อ ขุดสระ สร้างฝายน้ำล้น ปลูกป่า ปล่อยช้าง วัว ควาย เต่า งู ตะขาบ สัตว์ทุกชนิด และสั่งห้ามมิให้ชาวบ้านทำลายป่าไม้


คัดลอกมาจาก : http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538681718




คอมเม้น(Comment)

ศูนย์กลางการเรียนรู้ศึกษาชีวประวัติ สามารถส่งข้อเสนอแนะและข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์ได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

อีเมล์ : pradeedee6@gmail.com / ไลน์แอด : @pradeedee / โทร : 096-658-9845
Copyright © By Pradeedee.COM 2017