รายละเอียดประวัติพระดัง พระเกจิ - พระครูวิเวกพุทธกิจ(หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล)

พระครูวิเวกพุทธกิจ(หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล)

ประวัติพระครูวิเวกพุทธกิจ(หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล) วัดดอนธาตุ  จ.อุบลราชธานี

          หลวงปู่เสาร์   กันตสีโล นามเดิม  เสาร์  เกิดวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 ที่บ้านข่าโคม ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี (ประวัติเกี่ยวกับบิดา-มารดาไม่มีบันทึกไว้)การศึกษาได้ศึกษาอักษรธรรม อักษรขอม อักษรไทยน้อย และหนังสือไทยด้วย อุปสมบทที่วัดใต้ ต่อมาภายหลังท่านได้ญัตติเป็นพระฝ่ายธรรมยุต ที่วัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมี พระครูฑา โชติปาโล เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจารย์
   
          เมื่อจุลศักราช 1210 (พ.ศ. 2391 ) ปีวอก เอกศก เดือน สิบสอง ขึ้น 10 ค่ำ วันพฤหัสบดี หลวงพ่อทิพย์ เสนา ฉายา ทิพพเสโน นามสกุล แท่นทิพย์ ได้ก่อตั้งวัดเลียบ เดิมเป็นสำนักสงฆ์(สำนักวิปัสสนา) เมื่อหลวงพ่อทิพย์เสนาได้มรณภาพลงเป็นเหตุให้สำนักสงฆ์(สำนักวิปัสสนา) ตั้งไว้ 44 ปี วัดเลียบจึงเป็นวัดร้าง จนมาถึงจุลศักราช 1254 (พ.ศ. 2435 ) พระอาจารย์เสาร์ ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดเลียบ เมื่อวันอังคาร เดือน เมษายน ขึ้น 1 ค่ำปีมะเส็ง ท่านได้บุกเบิกเสริมสร้างวัดเลียบ พระอาจารย์เสาร์ พร้อมด้วย พระอุบลการประชานิจ (บุญชู) และพระสุรพล ชยากร (อุ่น) ได้ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุ มีศาลาการเปรียญ และพระอาจารย์เสารท่านได้ลงมือก่อสร้างพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน หน้าตักกว้าง 2.50 เมตร สูงจากฐานถึงยอดเกศ 3 เมตร ปัจจุบันประดิษฐานภายในอุโบสถวัดเลียบ มีพระนามว่า "พระพุทธจอมเมือง" พระอาจารย์เสาร์ กนฺสีโล ได้ก่อสร้างอุโบสถขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ก่อสร้างด้วยไม้ มีเฉลียงโดย รอบ หลังคามุงสังกะสีมีความกว้าง 8 เมตร ความยาว 12 เมตร เมื่อ พ.ศ. 2439 พระอาจารย์เสาร์ กนฺสีโล พร้อมด้วยท่ายสิทธิสารและเพี้ยเมืองจัน ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ตามพระราชโองการที่ 84/303 ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ร.ศ. 115 ตรงกับปีที่ 29 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 และได้ผูกพัทธสีมา

          เมื่อพุทธศักราช 2445 เป็นเวลา 10 ปี ที่พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ได้บุกเบิกสำนักวัดเลียบ และท่านก็ได้ออกธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆ พระอาจารย์เสาร์ ท่านเป็นพระสงฆ์ฝ่ายผู้อาวุโส และเป็นบุคคลที่พูดน้อย ท่านไม่ค่อยจะคลุกคลีกับหมู่คณะเป็นที่ยำเกรงของทุกคนจึงทำให้ขาดการเรียบ เรียงไป พระอาจารย์ กนฺสีโล เป็นพระที่สงบเสงี่ยม กิริยามารยาทอ่อนน้อมสุขุมพูดน้อย จิตใจมีแต่ความเมตตา

          พระอาจารย์ผู้สอนกรรมฐานให้แก่พระอาจารย์เสาร์ ไม่ปรากฎนามในประวัติท่าน แต่ได้ปฏิบัติภาวนาได้ไม่นาน ทำให้พระอาจารย์เสาร์ หันมาสนใจในการปฏิบัติอย่างมาก เพราะการปฏิบัติสมาธิดภาวนาเป็นชื่อแห่งความเพียร ที่นักปฏิบัติทั้งหลายในบวรพระพุทธศานาได้ถือเป็นข้อปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นอย่างยิ่งซึ่งไม่มีข้อปฏิบัติอื่นดียิ่งกว่าพระอาจารย์เสาร์ กนฺสีโล มีความรู้ความเข้าใจขึ้นโดยลำดับแห่งองค์ภาวนา ก็ยิ่งมีความชอบมีความพอใจเป็นพิเศษ ต่อมาท่านมีความคิดอยู่ว่า การที่ท่านปฏิบัติภาวนา อยู่นี้ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ทางที่ดีควรออกไปอยู่ป่าดงหาสถานาที่สงบระงับจากผู้คนพลุกพล่าน จิตใจคงจะสงบลงได้ยิ่งกว่านี้เป็นแน่ ดังนั้นท่านได้ออกธุดงค์มุ่งสู่ป่าทันทีในวันรุ่งขึ้น ความปรารถนาของพระอาจารย์เสาร์ ในการออกป่าดงเพื่อภาวนาและพิจารณาสมาธิธรรมในครั้งนี้ ถ้าแม้เป็นไปจริงดังคำตั้งใจแล้ว เมื่อกลับเข้ามาสู่วัดท่านจะนำความรู้ที่เกิดจากจิตใจเหล่านั้นมาเผยแพร่ฝึกสอนลูกศิษย์ลูกหาที่หวังความพ้นทุกข์อีกต่อไป

   
สำนักวัดเลียบ

          ภายหลังที่ท่านพระอาจารย์ เสาร์ กนฺตสีโล ไปอยู่ดงอยู่ป่า เป็นเวลาอันควรแล้ว ท่านได้กลับออกมาและเปิดสำนักปฏิบัติธรรม ณ วัดเลียบ อำเภอเมืองอุบลฯ เมื่อ พ.ศ. 2435 ในชีวิตพระอาจารย์เสาร์ ท่านได้ฝากจิตใจไว้กับพระพุทธเจ้ามาโดยตลอด ท่านพยายามรวบรวมเขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่งชื่อว่า "จตุรารักข์ "  เป็นหนังสือที่พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ได้บรรจงแต่งไว้เพื่อพวกเรา ที่เป็นพุทธบริษัทควรได้ศึกษา โดยท่านได้แสดงไว้ดังนี้

          1. ให้มนุษย์เราทุกคนรู้จักระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า คือให้เจริญ พุทธานุสสติ
          2. ให้มนุษย์เราทุกคน เมื่อเกิดมาแล้วเข้าใจตนเองว่านับถือพระพุทธศาสนาแล้ว จงให้เจริญเมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา เป็นนุสติ
          3. ให้มนุษย์เราทุกคน จงรู้ว่าเมื่อเกิดมาแล้วจงรู้กฎของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่ได้ คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึง ให้เจริญความไม่เที่ยง มีความทุกข์ และไม่ใช่ตัวตนของเรา ฉะนั้นจงเจริญอสุภานุสติ
         4. มนุษย์เราทุกคน จงพิจารณากองทุกข์นับตั้งแต่เกิดมาจนวาระสุดท้าย คือ ความตาย เพราะเราหนีความตายไปไม่ได้จงให้เจริญมรณานุสติ

         ท่านได้ย้ำไว้ในหนังสืออีกว่า " เรื่องของกรรมคนเรานี้ย่อมมีกรรมเป็นของๆตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป เมื่อยังมีชีวิตอยู่กรรมนั้นจักเป็นทายาท ให้เราได้รับผลของกรรมนั้นสืบต่อๆไป " นี่เป็นความหมายที่ท่านพระอาจารย์เสาร์ กล่าวเป็นนัยสืบมา

          ภายหลังที่ท่านได้เปิดสำนักปฏิบัติธรรมที่วัดเลียบ อำเภอเมืองอุบลฯ ได้ไม่นาน โคมทองแห่งพระพุทธศาสนาได้ถูกจุดขึ้น เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2436 พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พัทธสีมาวัดเลียบ อำเภอเมืองอุบลฯ โดยมีพระอริยกวี (อ่อน) เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูประจักษ์อุบลคุณ (สุ้ย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังจากนั้นได้ถวายตัวเป็นศิษย์ และได้อยู่จำพรรษากับพระอาจารย์เสาร์ ได้นำอุบายอันควรให้พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต น้อมนำจิตใจ บังเกิดความสงบ คือ พุท-โธ และคำบริกรรมนี้ตรงกับจริตของพระอาจารย์มั่นยิ่งนัก ท่านได้ถือเป็นนิสัยที่ชอบกว่าบรรดาบทธรรมอื่นๆและได้บังเกิดความสงบทางจิต ของลูกศิษย์ผู้บวชใหม่นี้
 
          เมื่อออกพรรษา พระอาจารย์เสาร์ ท่านออกธุดงค์ ไปกับพระอาจารย์มั่น ซึ่งสมัยที่ท่านออกบำเพ็ญภาวนาในครั้งนั้นโดยส่วนมาก ไม่ค่อยจะมีใครกระทำหรือปฏิบัติกันเลย เมื่อชาวบ้านเห็นพระธุดงค์ก็จะพากันหวาดกลัวเพราะไม่เคยเห็น จะพากันวิ่งเข้าป่าเข้าบ้านกันหมด เพราะในสมัยนั้นไม่เคยมีหรือปรากฎขึ้นในวงการของสงฆ์และไม่เคยได้ศึกษาในพระวินัยที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา พระอาจารย์เสาร์ และพระอาจารย์มั่น ก็มิได้ตำหนิชาวบ้าน ท่านเข้าใจดีท่านจะมีแต่ความเมตตาสงสารเท่านั้น ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺสีโล ท่านเป็นพระมุ่งปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียว ไม่เคยสนใจเรื่องภายนอกท่านเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีคนรู้จักนับถือมากก็จริง อยู่แต่การงานต่างๆที่จะให้ท่านเป็นผู้ดำเนินงานนั้นท่านไม่ค่อยสนใจมากนัก เพราะท่านถือว่าทางโลกธรรมแล้ว ถ้าเรายังต้องเกาะเกี่ยวอยู่เสมอๆแล้ว จะทำให้ทางด้านปฏิบัติของท่านไม่ก้าวหน้า
ปฏิปทาเดิมของพระอาจารย์เสาร์ กนฺสีโล นั้น ท่านปรารถนาพระปัจเจกพุทธเจ้า เวลาออกบำเพ็ญเร่งเพียรเข้ามากๆใจรู้สึกประวัดๆถึงความปรารถนาเดิม

          เพื่อความเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเวลาออกเป็นเชิงอาลัยเสียดาย ยังไม่อยากไปพระนิพพาน ท่านเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อความเพียร เพื่อความรู้แจ้งซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบัน ท่านเลยอธิฐาน ของดจากความปรารถนานั้นและขอประมวลมาเพื่อความรู้แจ้งซึ่งพระนิพพานในชาติ ปัจจุบันไม่ขอเกิดมารับทุกข์ทรมานในภพชาติต่างๆต่อไป
 
          ในปี พ.ศ. 2458 พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ได้ออกธุดงค์บุกป่าฝ่าดงดิบมาอยู่จำพรรษาที่ถ้ำภูผากูด อำเภอคำชะอี (ปัจจุบันจ.มุกดาหาร) สภาพป่าโดยรอบๆบริเวณภูเขาอันเป็นถ้ำแห่ง่หนึ่งเป็นภูมิประเทศที่เป็นป่าไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ไม้มะค่า แต่ะไม่เป็นดงทึบเเหมือนดงอื่นๆ ณ สถานที่แห่งนี้ท่านได้อยู่นานถึง 5 ปีเต็ม เพื่อเจริญภาวนา ท่ามกลางสัตว์ป่า เมื่อพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ได้พยายามพิจารณากาย เจริญทุกวัน พอจวนจะถึงกาลปวารณาออกพรรษา ท่านก็ได้ทราบชัดถึงความจริงทุกประการ ท่านจึงได้บอกให้พระอาจารย์มั่นทราบว่าเราได้เลิกการปรารถนา พระปัจเจกโพธิแล้ว และเราก็ได้เห็นธรรมตามความเป็นจริงแล้ว เมื่อพระอาจารย์มั่นได้ยินดังนั้นแล้ว ก็เกิดปิติยิ่งนักและได้ทราบในวาระจิตว่า พระอาจารย์ค้นพบทางวิมุตติแน่แล้ว

          ในอัตตภาพนี้ ในระยะนั้นพระอาจารย์มั่น ได้พรรษา 26 ท่านได้ปฏิบัติท่านพระอาจารย์เสาร์เหมือนกับท่านเป็นพระใหม่ คือปฏิบัติตั้งแต่การล้างบาตร ซักจีวร ปู่ที่นอน ตักน้ำถวายสรง ถูหลังทุกประการ แม้พระอาจารย์เสาร์ ท่านจะห้ามไม่ให้ทา แต่ท่านก็ปฏิบัติได้โดยมิได้มีอาการแข็งกระด้างแต่ประการใด หลังจากได้อยู่จำพรรษาที่ถ้ำผากูด ได้ 5 พรรษาแล้ว ท่านก็ได้ออกไปพักจำพรรษาในที่ต่างๆ ซึ่งไปๆมาๆ ในเขตท้องที่อำเภอมุกดาหาร และอำเภอคำชะอี หลังจากออกพรรษา ในปี 2469 พระอาจารย์เสาร์ ได้ออกธุดงค์ไปพักกับพระอาจารย์มั่น และได้ปรึกษาที่จะจัดวางระเบียบในการเดินธุดงค์อยู่เสนาสนะป่า

          เมื่อพระบุพพาจารย์ทั้งสองท่านตกลงกันแล้ว ท่านได้เรียกประชุมคณะศิษย์ทุกองค์มารรวมกันที่บ้านโนนแดง พระอาจารย์เสาร์ได้วางระเบียบ ในการปฏิบัติเพื่อให้คณะศิษย์ของท่านทุกองค์นำไปปฏิบัติให้เป็นระเบียบเดียว กัน ระเบียบการอุบายต่างๆ ลูกศิษย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติจนทุกวันนี้
 
          ในสมัยที่หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พักอยู่วัดบูรพา อำเภอเมืองอุบลราชธานี และได้จัดการสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นหลายสำนักคือ สำนักสงฆ์ วัดภูเขาแก้ว ,สังนักสงฆ์ดอนธาตุ , สำนักสงฆ์วัดป่าบ้านสวนงัว, สำนักสงฆ์วัดบ้านเหล่าเสือโก้ก (วัดป่าสามัคคีชัย) , สำนักสงฆ์วัดป่าท่าหัวดอน ,สำนักสงฆ์วัดป่าดอนหอธรรม..

พระเดชพระคุณหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ท่านเป็นผู้มีอัธยาศัยน้อมไปในทางสมถะวิปัสสนา มีความเพียรเป็นเลิศ มีความสงบเสงี่ยม กิริยามารยาทอ่อนน้อมสุขุมพูดน้อย และพอใจแนะนำสั่งสอนผู้อื่นในทางนั้นด้วยเป็นผู้ใฝ่ใจในธุดงควัตร หนักแน่นในพระธรรมวินัย ชอบวิเวกและไม่ติดถิ่นที่อยู่ต้องเดินธุดงค์ไปหาวิเวกเจริญสมณะธรรมตามชายป่าดงพงเขาในที่ต่างๆทั้งในประเทศไทยและประเทศลาว

ปีพุทธศักราช ๒๔๓๔-๒๔๓๖ หลวงปู่เสาร์ได้ธุดงค์ผ่านหมู่บ้านคำบง อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี ได้เทศนาสั่งสอน ท่านพระอาจารย์มั่น สมัยยังเป็นฆราวาสจนเกิดศรัทธาเลื่อมใสติดตามออกบวช และจุดนี้ เป็นความยิ่งใหญ่ของวงศ์พระกรรมฐานตราบจนถึงปัจจุบันวงศ์พระกรรมฐานจึงขนานนามท่านพระอาจารย์เสาร์ว่า"พระปรมาจารย์กรรมฐาน"

คราวหนึ่ง ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านข่าโดม เจ้าจอมมารดาทับทิม มีศรัทธานำผ้าป่ามาทอดถวายและนิมนต์ท่านขึ้นแสดงธรรมท่านขึ้นธรรมาสน์ตั้งนโม 3 จบ กล่าวเทศนาเพียงบทธรรมสั้นๆว่า "ทุกข์ สมุทัย นืโรธ มรรค" แล้วจบลงด้วยคำว่า"เอวังฯ" ท่านจึงก้าวลงจากธรรมาสน์ไปอย่างสบาย 


****พระอาจารย์เสาร์ ท่านเกิดวันที่ ๒ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๔๐๒ ที่บ้านข่าโดม ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานีเป็นบุตรของนายทานางโม่มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๕ คน ท่านพระอาจารย์เสาร์ได้เข้าไปพำนักรับใช้เป็นศิษย์วัดใต้ตั้งแต่อายุ ๑๒ ปีพออายุ ๑๕ ปี พุทธศักราช ๒๔๑๗ ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดใต้ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในคณะมหานิกาย

***ปีพุทธศักราช ๒๔๒๒ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในคณะมหานิกายที่วัดใต้(วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ) อ.เมือง จ.อุบลราชธานีได้จำพรรษาที่นี่ถึง ๑๐ ปี

***ปีพุทธศักราช ๒๔๓๒ ท่านได้ฟังธรรมจาก ท่านเทวธัมมี(ม้าว)แล้วเกิดความศรัทธาเลื่อมใสจึงมอบตัวเป็นสิษย์ได้ทำการญัติกรรมใหม่ในคณะธรรมยุติ ณ.อุโบสถวัดศรีทอง(วัดศรีอุบลรัตนาราม)มีพระครูทา โชติปาโล เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการสีทา ชยเสโนเป็นพระกรรมวาจาจารย์

***ปีพุทธศักราช ๒๔๕๙-๒๔๖๔ ท่านพำนักจำพรรษาที่ถ้ำจำปา ภูผากูด ต.หนองสูงอ.คำชะอี จ.มุกดาหารและได้จำพรรษากับพระอาจารย์มั่นด้วยวันหนึ่งหลวงปู่เสาร์นั่งอยู่ในที่สงัดองค์เดียวท่านพิจารณาถึงอริยสัจได้รู้ได้เห็นตามความเป็นจริงนั้น ในวันนั้นท่านก็ได้ตัดเสียซึ่งความสงสัยได้อย่างเด็ดขาดจวนจะถึงกาลปวารณาออกพรรษาท่านก็ทราบชัดถึงความเป็นจริงทุกประการ จึงได้บอกกับพระอาจารย์มั่นว่า"เราได้เลิกการปรารถนาเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วและเราก็ได้เห็นธรรมตามความเป็นจริงแล้ว"ท่านพระอาจารย์มั่นได้ยินดังนั้นก็เกิดปิติเป็นอย่างมากและได้ทราบทางวาระจิตว่า"หลวงปู่เสาร์พบวิมุติธรรมแน่แล้วในอัตภาพนี้"
 ***หลวงปู่เสาร์ละสังขารเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพานประกอบพร้อมด้วยความมีสติอันไพบูลย์ด้วอิริยาบทก้มกราบพระประทานในอุโบสถวัดมหาอำมาตยาราม นครจำปาศักดิ์ ประเทศลาว เมื่อวัน อังคารที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๕ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๓ ปี มะเมียรวมสิริอายุ ๘๒ ปี ๖๒ พรรษา.....


คัดลอกมาจาก :   http://www.watconcord.org/




คอมเม้น(Comment)

ศูนย์กลางการเรียนรู้ศึกษาชีวประวัติ สามารถส่งข้อเสนอแนะและข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์ได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

อีเมล์ : pradeedee6@gmail.com / ไลน์แอด : @pradeedee / โทร : 096-658-9845
Copyright © By Pradeedee.COM 2017